|
จากรูปที่ 1 เป็นการแสดงรายได้ของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในสหรัฐ
จะเห็นว่ามีแผนภูมิแท่งจัดเป็นคู่ๆแท่งที่มีความสูงต่ำสุดของคู่ก็คือรายได้อีคอมเมิร์ซประเภทบี-ทู-ซีซึ่งมีมูลค่าต่ำกว่ารายได้ของธุรกิจอีคอมเมิร์ซประเภทบี-ทู-บี โดยในปี พ.ศ. 2541
รายได้ของธุรกิจแบบบี-ทู-ซีมีมูลค่า 8 พันล้านเหรียญหรือประมาณ 320,000 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจประเภทบี-ทู-บีมีมูลค่าสูงถึง 43 พันล้านเหรียญหรือประมาณ 1,720 พันล้านบาท
สังเกตได้ว่าแผนภูมิแท่งของธุรกิจประเภทบี-ทู-บีจะกระโดดสูงขึ้นทุกๆ ปี ในขณะที่แผนภูมิแท่งของธุรกิจประเภทบี-ทู-ซีจะค่อยๆ เขยิบสูงขึ้นทีละน้อย โดยในปี พ.ศ. 2543 นี้ รายได้ของธุรกิจประเภทบี-ทู-ซี
จะมีมูลค่ารวม 33 พันล้านเหรียญ หรือประมาณ 1,320 พันล้านบาท ส่วนธุรกิจประเภทบี-ทู-บีนั้นจะมีมูลค่าสูงถึง 251 พันล้านเหรียญหรือประมาณ 10 ล้านล้านบาท และในอีก 3 ปีข้างหน้าคือ ปีพ.ศ. 2546
รายได้ของธุรกิจประเภทบี-ทู-ซี จะมีมูลค่ารวม 108 พันล้านเหรียญ หรือประมาณ 4,320 พันล้านบาท ส่วนธุรกิจประเภทบี-ทู-บีนั้นจะมีมูลค่าสูงถึง 1,331 พันล้านเหรียญหรือประมาณ 50 ล้านล้านบาท
ปัจจุบันการเติบโตของบริษัทที่ประกอบธุรกิจด้านอีคอมเมิร์ซหรือที่เรียกกันว่าบริษัทดอทคอมเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วแม้ว่าจะมีกระแสข่าวต่างๆ ออกมาว่าบรรดาบริษัทดอทคอมทั้งหลายจะไปไม่รอด เช่น มีการปลดพนักงาน
หรือบางแห่งปิดบริษัทไปเลยก็ตาม แต่ตัวเลขจำนวนของบริษัทต่างๆ ที่กระโจนเข้ามาสู่ธุรกิจผ่านอินเตอร์เนตก็ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
|